by author1 author1

หัวปลี

“หัวปลี” วัตถุดิบแคลอรีต่ำ ประโยชน์สูง

หากพูดถึงพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่หัวจรดท้าย สำหรับพืชไร่ ต้องยกให้ “อ้อย”    ส่วนพืชสวนคงเป็นพืชชนิดใดไปไม่ได้ สำหรับ “กล้วย” พืชที่ให้คุณประโยชน์ทุกสัดส่วน ต้นก็กินได้ เป็นทั้งอาหารคนอาหารสัตว์ ใบนำมาใช้ประโยชน์มากมาย ผลคือแหล่งรวมวิตามินที่ล้ำเลิศ มีประโยชน์ต่อร่างกายคนทุกเพศ ทุกวัย ที่สำคัญ ดอกกล้วย หรือ หัวปลี อาหารติดเทรนด์ที่ฝรั่งมังค่ายกให้เป็นตัวแทนเนื้อสัตว์ได้อย่างแนบเนียน

หัวปลี เป็นส่วนดอกของกล้วยที่นำมากินได้ทั้งดิบและสุก เช่น กินดิบเป็นผักเคียง กินกับผัดไทย หรือน้ำพริก ซึ่งจะมีรสชาติฝาด ๆ แต่ถ้าต้มสุกจะมีรสชาติหวานอร่อย ซึ่งปัจจุบันเทรนด์กินอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง และหนึ่งในนั้น หัวปลีก็ติดโผอาหารแคลอรี่ต่ำ แต่ประโยชน์สูง ที่ได้รับความนิยมกันทั่วโลก

ประโยชน์ของหัวปลี

  • หัวปลีบำรุงน้ำนม ในทางยาแพทย์แผนไทยหรือยาพื้นบ้าน ถือว่าหัวปลีเป็นอาหารบำรุงน้ำนมชั้นเลิศของสตรีที่ให้นมบุตร
  • หัวปลีช่วยบำรุงเลือด เนื่องจากในปลีกล้วยมีธาตุเหล็กอยู่จำนวนมากพอสมควร จึงมีส่วนในการบำรุงเลือด แก้ภาวะโลหิตจาง
  • หัวปลีช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ สารสกัดจากหัวปลีสามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้มากถึง 88-87.63% ซึ่งมีการทดลองจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทดลองที่มีอาการแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากผลการดื่มสุรา โดยให้นำหัวปลีมาเผาแล้วคั้นเอาแต่น้ำมากินครั้งละประมาณ 1/2 แก้ว ควรกินก่อนกินอาหารแต่ละมื้อสัก 1 ชั่วโมง หัวปลีจะเป็นยาช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร
  • หัวปลีช่วยลดน้ำตาลในเลือด โดยนำหัวปลีกล้วย 1 หัว มาย่างไฟให้เปลือกชั้นนอกไหม้เกรียม แล้วนำไปต้มกับน้ำ (ใส่น้ำพอท่วมหัวปลี) ให้เดือด แล้วกินน้ำยาหัวปลีต่างน้ำให้หมดในวันนั้น วันรุ่งขึ้นต้มใหม่ กิน 7 วัน จะช่วยบรรเทาอาการเบาหวานหรือช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
  • หัวปลีช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพราะในปลีกล้วย ยังมีสารสำคัญในกลุ่มฟีโนลิก เช่น แอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ถ้ากินเป็นประจำย่อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน
  • หัวปลีมีแคลอรีต่ำ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่ธรรมดา มีแคลเซียมสูง มีโปรตีน มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี และเบตา-แคโรทีน

 

แหล่งที่มา : http://www.mitrpholmodernfarm.com/news/